การรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง[1]
THE PERCEPTION ON OFFICIAL
DUTY OF OFFICIALS OF POH-CHANG ART
CAMPUS,
RAJAMANGALA INSTITUTE OF
TECHNOLOGY
ประวิตร โหรา[2]
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ทางด้านการรับรู้ในบทบาทและด้านการรับรู้ในหน้าที่ ตามตัวแปร เพศ
สถานภาพสมรส ประสบการณ์การทำงาน วุฒิการศึกษา และตำแหน่งหน้าที่
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ
ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง ปีการศึกษา 2542 เป็นข้าราชการในตำแหน่งครู-อาจารย์ ครู-อาจารย์และทำงานธุรการ
และข้าราชการสายธุรการ (ก.พ.) จำนวน 116 คน
โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
จำนวน 47 ข้อ
และแบบสอบถามปลายเปิด
ซึ่งแบบสอบถามได้รับกลับคืนคิดเป็นร้อยละ 100 สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ
ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและ
LSD โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
ผลการวิจัยพบว่า
1. ข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า
ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการอยู่ในระดับมาก และด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการอยู่ในระดับมาก
2. ข้าราชการที่มีเพศต่างกันมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านไม่พบความแตกต่าง
3. ข้าราชการที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกันมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านก็ไม่พบความแตกต่าง และเมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นของข้าราชการที่มีสถานภาพสมรสต่างกันโดยรวมเป็นรายคู่ ไม่พบความแตกต่าง
4. ข้าราชการที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน
เมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นของข้าราชการที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันโดยรวมเป็นรายคู่ ไม่พบความแตกต่าง
5. ข้าราชการที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรับรู้ในบทบาทและด้านการรับรู้ในหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
6.
ข้าราชการที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกันมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ส่วนด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการไม่พบความแตกต่าง
คำสำคัญ : การรับรู้ ,
บทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
The
objective of this research was to study the perception on official duty of
officials of Poh-Chang Art Campus, Rajamangala Institute of Technology. Comprised with official role and official
responsibility aspects, the perception on official duty was examined through
the variables, namely sex, marital status, occupational experience, educational
background, and position, respectively.
Working at Poh-Chang Art Campus, Rajamangala
Institute of Technology during the academic year of 1999, the samples of 116
officials were engaged as the instructors, instructor-administrative officials,
and administrative officials. The
data was collected by using five-scaled Likert-typed questionnaire divided into
two parts : closed-ended forty-seven items and open-ended questions. All questionnaires or 100% were
returned from the respondents. The statistics applied for data analysis were
percentage, Mean, Standard Deviation, t-test, One-Way Analysis of Variance with
LSD test at the 0.05 level of significance. The findings had been summarized as follows :
1. The officials had a high perception on
overall official duty. Examined in
the two aspects, it indicated that
they also had perception on them at the high level.
2. There was no significant difference in
the officials perception on overall official duty and the two aspects
according to sex.
3. There was no significant difference in
the officials perception on overall official duty and the two aspects
according to marital status.
Examined the post-hoc of their perception in pairs, no significant difference had been found as well.
4. There was no significant difference in
the officials perception on overall official duty and the two aspects
according to occupational experience.
Examined the post-hoc of their perception in pairs, no significant difference had been found as well.
5.
There was significant difference in the officials perception on overall
official duty according to educational background. Examined their perception on the two aspects, the
significant difference had been found in official role aspect but not in the
other.
6.
There was no significant difference in the officials perception on overall
official duty according to position.
Examined in each aspect, there was significant difference in the
officials perception on official role but not in official responsibility
aspect.
Keywords
: the
Perception , official duty
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
เป็นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีนโยบายที่ส่งเสริมให้บุคลากรมีความรักในสถาบันฯ รู้จักเสียสละ สามัคคี
มีวินัยในการทำงานและมีเป้าหมายคุณภาพปี 2542 ข้อที่ 6 ว่า มีการใช้ทรัพยากรด้านบุคลากร วัสดุ
ครุภัณฑ์ อาคารสถานที่ร่วมกัน
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สถาบันฯ ในภาพรวม
ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ข้อที่ 3.5 ที่มีเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับยึดหลักความชอบธรรมในการตัดสินใจและการบริหาร
เคารพและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่มีการเลือกปฏิบัติ มีความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและดำเนินการบริหารสาธารณะ รวมทั้งให้มีการสร้างกลไก
กระบวนการในการจัดการความขัดแย้งในสังคมอย่างสันติวิธี
และยุทธศาสตร์และแนวทางสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 8 เรื่อง การพัฒนาศักยภาพของคนไทย ข้อที่ 2.1
โดยการสร้างเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม
และสุนทรียภาพทางจิตใจแก่ตน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
มาตรา
59 ได้บัญญัติไว้ว่า ได้เปิดโอกาสให้
ประชาชนมีสิทธิควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและหน่วยงานต่างๆของรัฐได้
เพื่อป้องกันมิให้มีการใช้อำนาจรัฐที่เกินเลยหรือไม่ชอบธรรม รวมทั้งทบทวนบทบาทหน้าที่ของบุคลากรของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ให้ต้องทำหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม
อำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน เนื่องจากระบบราชการเป็นระบบบริหารสาธารณะ
โดยมีข้าราชการเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการรับใช้และให้บริการแก่สาธารณชนและสังคม(ปรัชญา เวสารัช.
2539 : 19) และ
สังสศิต พิริยะรังสสรรค์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร (2537 : 102) กล่าวว่า
ข้าราชการและระบบราชการสมัยใหม่เป็น บุคคลสาธารณะ
และ องค์กรสาธารณะ ที่มีหน้าที่ต้องให้
บริการสาธารณะ
แก่พลเมืองโดยทั่วไปและสังคม ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ อานันท์ ปันยารชุน (2536 : 101) ที่กล่าวว่า ข้าราชการคือผู้รับใช้ประชาชน
จากปัญหาและสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
แนวคิดทางสังคม
เทคโนโลยีและข่าวสารข้อมูลต่างๆ
ที่ทำเกิดให้การวัดบรรทัดฐานและสถานภาพของสมาชิกในสังคมด้วยวัตถุและเงินทอง แทนการประพฤติปฏิบัติตามจิตสำนึกดั้งเดิม
ที่มุ่งเน้นการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่า ความดี มีคุณธรรม ทำให้เกิดสภาวะการทดถอยทางคุณธรรมและจริยธรรมของคนในสังคมไทย
ตลอดจนความพยายามในการปรับภาครัฐหรือการปฏิรูประบบราชการตามนโยบายของรัฐบาล อันเนื่องมาจากระบบราชการมีขนาดใหญ่ มีความล่าช้า มีขั้นตอนมาก ขาดความคล่องตัว
เนื่องจากกฎระเบียบต่างๆที่มากมายและล้าสมัย ทำให้เกิดปัญหาประสิทธิภาพในระบบราชการ ข้าราชการขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน
ขาดจิตสำนึกถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ ประเทศชาติ ประชาชน และสังคม
มีทัศนคติในเชิงลบกับระบบราชการ มีการเล่นพรรคเล่นพวก ถือระดับอาวุโสเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงความสามารถเท่าที่ควร ปัญหาการคอรัปชั่นและการแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองและกลุ่มพวกพ้อง
(ปรัชญา
เวสารัชช์. 2539 : 22)
ดังนั้น เพื่อเป็นการสำรวจการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ว่า มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการเป็นอย่างไร
มีการสนองตอบตามนโยบายปฏิรูประบบราชการเป็นย่างไร
ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ปี 2542 ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาวิจัยในเรื่องนี้
เพื่อตรวจสอบและค้นหาความเป็นจริงเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
และเพื่อเป็นการสนองตอบตามนโยบายตามโครงการวิจัยสถาบัน กองงานวิทยาเขต สำนักงานอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
1. เพื่อศึกษาการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
ที่มีต่อการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
1. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้
เป็นข้าราชการในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ปีการศึกษา 2542 ซึ่งไม่รวมลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 128 คน เท่านั้น
แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
- ข้าราชการครู-อาจารย์ (ทำหน้าที่ด้านการสอนเพียงอย่างเดียว)
- ข้าราชการครู-อาจารย์
และรับผิดชอบงานธุรการ งานบริหารอื่นๆด้วย เช่น
งานธุรการ งานสารบรรณ หัวหน้าแผนก
หัวหน้าคณะวิชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เป็นต้น
- ข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)หรือข้าราชการสายสนับสนุน
(ทำงานด้านธุรการเพียงอย่างเดียว)
2. กลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นข้าราชการในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ปีการศึกษา 2542 ซึ่งใช้วิธีการเก็บแบบเจาะจง จำนวน 116 คน
แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
- ข้าราชการครู-อาจารย์ (ทำหน้าที่ด้านการสอนเพียงอย่างเดียว) จำนวน 50 คน
- ข้าราชการครู-อาจารย์
และรับผิดชอบงานธุรการหรืองานบริหารอื่นๆด้วย เช่น
งานธุรการ งานสารบรรณ หัวหน้าแผนก หัวหน้าคณะวิชา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เป็นต้น
จำนวน 55 คน
- ข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการสายสนับสนุน (ทำงานด้านธุรการเพียงอย่างเดียว) จำนวน 11 คน
1. ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
ที่มีเพศต่างกันมีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ข้าราชการโดยรวมแตกต่างกัน
2. ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกัน มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ข้าราชการโดยรวมแตกต่างกัน
3. ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ข้าราชการโดยรวมแตกต่างกัน
4. ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีวุฒิการศึกษาแตกต่างกัน มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ข้าราชการโดยรวมแตกต่างกัน
5. ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีตำแหน่งหน้าที่แตกต่างกัน มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ข้าราชการโดยรวมแตกต่างกัน
เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล
เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการสร้างดังนี้
1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ จากเอกสารต่างๆ เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
พ.ศ. 2523
และแนวทางในการปฏิรูประบบราชการ
ของ ทิพาวดี เมฆสวรรค์ เป็นต้น
2. ศึกษาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
3. ศึกษาประมวลพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
รัชกาลที่ 9
ที่ทรงพระราชทานให้แก่ข้าราชการทุกหมู่เหล่าในวโรกาสต่างๆ
4. นำข้อมูลที่ศึกษาได้จากข้อที่
1 3 และเอกสารต่างๆ
มาสร้างแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5
ระดับ
5. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตไกลกังวล
จำนวน 15 คน และ
วิทยาเขตนนทบุรี จำนวน 15 คน เพื่อตรวจหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0. 7913
1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ
การวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามใช้ สูตรของ Cronbach
(1971:161)
2. ตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่
1 เพื่อศึกษาการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
สถิติที่ใช้คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.)
3. ตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ของข้าราชการตามสถานภาพต่างๆ ที่มีต่อการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ โดยใช้ t-test (Ferguson.
1981 : 182) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ เพศหญิงกับเพศชาย และใช้ One Way Analysis of
Variance โดยใช้สูตรของ
Winer (1971 : 110) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
ในประสบการณ์การทำงาน
วุฒิการศึกษา
และตำแหน่งหน้าที่ และในกรณีที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจะทดสอบความแปรปรวนที่แตกต่างเป็นรายคู่ ด้วยวิธีของ Fishers LSD (พวงรัตน์ ทวีรัตน์.
2531 : 240)
4. การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัย
5. การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปลายเปิด ใช้วิธีแจกแจงความถี่ นำเสนอในรูปแบบความเรียง โดยเรียงลำดับจากความถี่สูงสุดไปสู่ความถี่น้อยที่สุด
1. ข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
มีการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีข้อที่ข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด
คือ
ข้าราชการต้องอุทิศตนเพื่องานราชการอย่างเต็มที่
คุณภาพของคนอยู่ที่ผลของงาน
ท่านภูมิใจในหน้าที่การทำงาน ท่านภูมิใจในผลงานที่ได้กระทำในหน้าที่
ท่านมีความรู้ความสามารถเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
การปฏิบัติหน้าที่ให้ดีนั้น
คือการทำงานให้สำเร็จทันการหรือเวลา
และให้ได้ประโยชน์แก่ราชการ การปฏิบัติหน้าที่ราชการให้สำเร็จผล
ต้องมีรากฐานของจิตใจที่ดี
ข้าราชการต้องตั้งใจใช้สติปัญญาความ
สามารถ
ในการปฏิบัติราชการของตนโดยเต็มกำลัง ด้วยสุจริตและบริสุทธิ์ใจ
ข้าราชการจะต้องตั้งใจขวนขวายปฏิบัติงานด้วยความฉลาดรอบคอบ ให้สำเร็จลุล่วงตรงตามเป้าหมายโดยไม่ชักช้า
ข้าราชการต้องสำนึกถึงหน้าที่
ตั้งใจกระทำการให้สมบูรณ์
ด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ใจ
ด้วยความสามัคคีปรองดอง
ไม่แก่งแย่งชิงดีกัน
ข้าราชการจะต้องยึดมั่นในหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง ในวินัยและระเบียบแบบแผนที่ดีงามอย่างเคร่งครัด
ข้าราชการจะต้องยึดมั่นในหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง
ในเป้าหมายและประโยชน์ที่ชอบธรรมอย่างเคร่งครัด ข้าราชการจะต้องทำงานทุกอย่าง ทุกระดับ ด้วยปัญญาความฉลาด รู้คิดพิจารณาตามเหตุผล มีสติรู้ตัว
ข้าราชการจะต้องมีวินัยในตนเอง สำหรับควบคุมบังคับให้มีความจริงใจ
และให้ประพฤติปฏิบัติตามความจริงใจอย่างมั่นคง
ข้าราชการจะต้องเร่งกระทำภาระหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว
ด้วยความสามารถและบริสุทธิ์ใจ ข้าราชการจะต้องมีความเฉลียวฉลาดในการปรับปรุงตัว ปรับปรุงงานให้ทันการและทันเวลา
และรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เลือกทำงานในอาชีพข้าราชการ ส่วนข้อที่ข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อยคือ หน้าที่รับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายมีปริมาณมาก และ เงินค่าตอบแทนนอกเวลาราชการเป็นสิ่งจำเป็น
และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า
ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง
มีระดับความคิดเห็น
ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการอยู่ในระดับมาก
และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า มีข้อที่มีระดับความคิดเห็น ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการอยู่ในระดับมากที่สุด คือ คุณภาพของคนอยู่ที่ผลของงาน ท่านภูมิใจในหน้าที่การทำงาน การปฏิบัติหน้าที่ราชการให้สำเร็จผล ต้องมีรากฐานของจิตใจที่ดี
และรู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เลือกทำงานในอาชีพข้าราชการ
และข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง มีระดับความคิดเห็น
ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการอยู่ในระดับมาก
ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า
มีข้อที่มีระดับความคิดเห็น
ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ข้าราชการต้องอุทิศตนเพื่องานราชการอย่างเต็มที่
ท่านภูมิใจในหน้าที่การทำงาน ท่านภูมิใจในผลงานที่ได้กระทำในหน้าที่
ท่านมีความรู้ความสามารถเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่
การปฏิบัติหน้าที่ให้ดีนั้น
คือการทำงานให้สำเร็จทันการหรือเวลา
และให้ได้ประโยชน์แก่ราชการ ข้าราชการต้องตั้งใจใช้สติปัญญา ความสามารถ ในการปฏิบัติราชการของตนโดยเต็มกำลัง ด้วยสุจริตและบริสุทธิ์ใจ
ข้าราชการจะต้องตั้งใจขวนขวายปฏิบัติงานด้วยความฉลาด รอบคอบ ให้สำเร็จลุล่วงตรงตามเป้าหมายโดยไม่ชักช้า
ข้าราชการต้องสำนึกถึงหน้าที่
ตั้งใจกระทำการให้สมบูรณ์
ด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ใจ
ด้วยความสามัคคีปรองดอง
ไม่แก่งแย่งชิงดีกัน
ข้าราชการจะต้องยึดมั่นในหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องในวินัยและระเบียบแบบแผนที่ดีงามอย่างเคร่งครัด ข้าราชการจะต้องยึดมั่นในหลักการและเหตุผลที่ถูกต้อง ในเป้าหมายและประโยชน์ที่ชอบธรรมอย่างเคร่งครัด
ข้าราชการจะต้องทำงานทุกอย่าง
ทุกระดับ ด้วยปัญญาความฉลาด รู้คิดพิจารณาตามเหตุผล มีสติรู้ตัว
2. เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีเพศต่างกัน พบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการเพศหญิงและเพศชาย สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง โดยรวมไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านไม่พบความแตกต่าง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีข้อที่ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการเพศหญิงและเพศชาย สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่แตกต่างกันคือ ข้าราชการเป็นบุคคลสาธารณะ การทำงานราชการนอกเวลาปกติเป็นสิ่งจำเป็น ท่านมีความรู้ความสามารถเพียงพอต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ การศึกษาหรือการเรียนต่อเพื่อเพิ่มเติมความรู้ มีความสำคัญต่อการปฏิบัติงาน การทำงานสำเร็จ ไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้วิชาความรู้ การปฏิบัติหน้าที่ให้ดีนั้น คือการทำงานให้สำเร็จทันการหรือเวลาและให้ได้ประโยชน์แก่ราชการ การประกอบอาชีพส่วนตัวในเวลาราชการเมื่อว่างจากภาระกิจหน้าที่ เป็นการบริหารหรือใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ข้าราชการไม่จำเป็นจะต้องเร่งกระทำภาระหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว ด้วยความสามารถ ข้าราชการจะต้องเร่งกระทำภาระหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว ด้วยความสามารถและบริสุทธิ์ใจ การทุ่มเทให้กับภาระหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะประเทศชาติไม่ใช่ของท่านคนเดียว รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เลือกทำงานในอาชีพข้าราชการ อาชีพราชการเป็นอาชีพที่มีลักษณะ เช้าชามเย็นชาม ความก้าวหน้าไม่มี
3. เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกัน พบว่า การรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีสถานภาพสมรสแตกต่างกัน ในรายด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ซึ่งเมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีสถานภาพสมรสต่างกันโดยรวมเป็นรายคู่ ไม่พบความแตกต่าง
4. เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกัน พบว่า การรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน ในรายด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน ซึ่งเมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันโดยรวมเป็นรายคู่ ไม่พบความแตกต่าง
5. เมื่อเมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน พบว่า ระดับความคิดเห็นโดยรวมเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐาน และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการรับรู้ในบทบาทและด้านการรับรู้ในหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง
ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน โดยรวมเป็นรายคู่ พบว่า
5.1 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ โดยรวมแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
5.2
ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของ
ข้าราชการ โดยรวมแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปวส./ปกศ.สูงหรือเทียบเท่า
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.3
ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของ
ข้าราชการ โดยรวมแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
5.4 ข้าราชการที่มีการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
5.5 เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ด้านการรับรู้ในบทบาทข้าราชการเป็นรายคู่ พบว่า
5.5.1 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่
ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.5.2 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและ
หน้าที่ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการคึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.5.3 ข้าราชการที่มีการศึกษาข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับ
การรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.6 เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน ด้านการรับรู้ในหน้าที่ข้าราชการเป็นรายคู่ พบว่า
5.6.1 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.6.2 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.6.3 ข้าราชการที่มีการศึกษาระดับ
ปวช./ปวท.หรือเทียบเท่า
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปวส./ปกศ.สูงหรือเทียบเท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5.6.4 ข้าราชการที่มีการศึกษาข้าราชการที่มีการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
5.6.5 ข้าราชการที่มีการศึกษาข้าราชการที่มีการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่ามีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ ด้านการรับรู้ในหน้าที่ของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการที่มีการศึกษาระดับปวส./ปกศ.สูง หรือเทียบเท่า อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
6. เมื่อเมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกัน พบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกัน ไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐาน และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเมื่อทดสอบความแตกต่างของระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกัน โดยรวมเป็นรายคู่ พบว่า
6.1 ข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ธุรการ มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการโดยรวมแตกต่างจากข้าราชการตำแหน่งครูอาจารย์และงานธุรการอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
6.2 เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกัน ด้านการรับรู้ในบทบาทข้าราชการเป็นรายคู่ พบว่า
6.2.1 ข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ธุรการ
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างจากข้าราชการตำแหน่งครู-อาจารย์
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
6.2.2 ข้าราชการพลเรือนหรือเจ้าหน้าที่ธุรการ
มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ
ด้านการรับรู้ในบทบาทของข้าราชการแตกต่างจากครูอาจารย์และงานธุรการอื่นๆ
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
7. ข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ จากแบบสอบถามปลายเปิด สรุปข้อความได้ดังนี้
การทำงานไม่ใช่จะทำเพื่อหวังผลความดีความชอบอย่างเดียว
จงภูมิใจในความสำเร็จของงานที่ทำ
ข้าราชการจะต้องมีธรรมอยู่ในใจพอสมควร มีพรหมวิหาร
4 เป็นที่ตั้ง ซึ่งประกอบด้วยความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในการทำงานราชการนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ หน่วยงานใด ถ้าบริหารงานโดยมีธรรมเป็นสิ่งควบคุมจิตใจไว้ในการบริหารงานนั้น
หน่วยงานนั้นก็จะอยู่ด้วยกันด้วยความปรองดอง สามัคคี
มีความเจริญก้าวหน้า
ข้าราชการครูควรมีความเป็นข้าราชการ 20% ความเป็นครู 80% ค่านิยมของสังคมต่ออาชีพการรับราชการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ตอบบางคนอาจใช้หรือยึดสภาพสังคมเป็นเกณฑ์มากกว่าความคิดเห็นของตน ระบบราชการล่าช้า
ควรจะจัดระบบให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
มีระบบเล่นพรรคเล่นพวกมากเกินไป ไม่ควรแสวงหาอามิส
ข้าราชการควรถือการปฏิบัติงานให้คุ้มต่อเงินเดือนที่รับไปใช้จ่ายทุกๆเดือน ซึ่งมิได้ขาดตกบกพร่อง
จึงควรคิดว่าเราทำหน้าที่ขาดตกบกพร่องหรือไม่ ถ้าขาดจะเติมให้กับรัฐบาลอย่างไร ถ้าเกินจะคิดเอาจากรัฐบาลคงยาก ให้ถือว่าเป็นการทำให้เกินไว้มากๆ เพราะจะต้องมีวันขาดอีกข้างหน้า หรือขาดแล้วไม่รู้ตัว หรือรู้แกล้งทำเป็นไม่รู้ เช่นนี้ จะตอบตัวเองได้เอง ถ้าไม่เข้าข้างตนเอง อยากให้มีการปรับปรุงในทุกๆด้าน โดยใช้ประโยชน์จากการสอบถาม การตอบแบบสอบถาม หรือการวิจัยต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม
ควรมีความเป็นประชาธิปไตยในการทำงาน
ควรมีความยุติธรรมในการตัดสินผลงานและการปฏิบัติงาน ควรให้มีองค์กรเล็กลง การตัดสินใจจะกระชับขึ้น
ข้าราชการควรปฏิบัติงานให้เต็มกำลังความสามารถของตนเอง ใช้สติปัญญาคิดวิเคราะห์ความถูกต้อง โดยยึดถือหลักคุณธรรม จริยธรรม การมีระเบียบวินัย มีความเมตตา ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ
ผู้บริหารจะต้องมีคุณธรรม
พรหมวิหาร 4 ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วหน้ากัน ข้าราชการในหน่วยงานต้องมีความสามัคคี ไม่แบ่งพรรค แบ่งพวก
ข้าราชการจะต้องมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน มีความบริสุทธิ์ใจ ซื่อสัตย์สุจริต การรวมพวกเพื่อทำลายคนที่มีความตั้งใจ บริสุทธิ์ใจกับการทำงานเป็นสิ่งเลวร้ายในสังคมราชการ ข้าราชการ
มีนัยแห่งความหมายในเชิงของการปฏิบัติหน้าที่ตามความสามารถเฉพาะทาง
เพื่อประโยชน์โดยรวมของสถาบันและแผ่นดินมาตั้งแต่เริ่มใช้ระบบราชการในประเทศไทย ใครมีความสามารถในศาสตร์ใด ศิลปะใด ก็รับเข้าไว้ให้รับผิดชอบงานในหน้าที่นั้นๆ มิได้ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แต่ในปัจจุบันนี้
ข้าราชการต้องรับผิดชอบงานทั้งในหน้าที่โดยตรงที่เป็นงานประจำ งานบริหาร งานธุรการ
งานบริการและกิจกรรมสาธารณประโยชน์โดยทั่วไป
จึงทำให้ข้าราชการที่ตั้งใจทำงานรู้สึกอ่อนล้า เพราะให้การทุ่มเทกับงานมากเกินไป
และสิ่งที่เห็นชัดเกี่ยวกับตัวข้าราชการ คือ
ข้าราชการทุกคนรู้และเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตนเอง ในระดับที่ดี มีความชัดเจน ถึงแม้ จะมีเสียงวิพากษ์ในทางลบว่า
ทำงานเช้าชาม เย็นชาม
ระบบราชการก็ยังคงดำรงอยู่ไม่ล้มลงพังอย่างระบบธุรกิจในปัจจุบัน อาชีพราชการดี มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคง
โดยเฉพาะอาชีพครู
แต่รายได้ต่ำ
ไม่ทันกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและไม่คล้อยตามกับการมีศักดิ์ศรีของครู
จากการวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง พบว่า
ข้าราชการสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
มีระดับความคิดเห็นโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก และเมื่อศึกษาถึงตัวแปรต่างๆ พบว่า เพศ
สถานภาพสมรส
ประสบการณ์การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ ไม่เป็นปัจจัยที่มีผลต่อระดับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ส่วนระดับการศึกษาเป็นปัจจัยที่มีผลต่อระดับการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง
กล่าวคือการมีโอกาสได้ศึกษาหรือมีระดับการศึกษาที่สูงกว่าเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้ในบทบาทและหน้าที่ของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ
การศึกษาทำให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้ที่ดีมากขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาประสบการณ์ ความคิดและจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบในหน้าที่ของข้าราชการ ดังนั้น
จึงน่าจะเป็นสิ่งจำเป็นหรือสมควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งของภาครัฐบาล ในให้การสนับสนุนแก่บุคลากรหรือข้าราชการในการศึกษาต่อหรือพัฒนาความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมอยู่เสมอ
เพราะคุณภาพชีวิตในการทำงานมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผูกพันต่อองค์การ
และด้านโอกาสก้าวหน้าและการพัฒนาความสามารถเป็นตัวพยากรณ์ความผูกพันต่อองค์การได้ดีที่สุด (จารุวรรณ โหรา.2541) ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของ ติน
ปรัชญพฤทธิ์ (2525 : 5-12) ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับภูมิหลังทางสังคมเศรษฐกิจ วิธีปฏิบัติทางการบริหารงานบุคคล
และความผูกพันด้านค่านิยมเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศของข้าราชการหกแห่ง :
บทพิสูจน์ทฤษฎีในเชิงประจักษ์ ที่พบว่า
ข้าราชการไทยที่ศึกษามีระดับความผูกพันด้านค่านิยมเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศค่อนข้างต่ำ และจากงานวิจัยของ สุพัตรา เพชรมุนี และ เชี่ยวชาญ
อาศุวัฒนกูล (2528 : 88)
ได้ทำการวิจัยเรื่องปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการพัฒนากำลังคนในระบบราชการไทย ที่พบว่า
ระดับการศึกษามีความสัมพันธ์ต่อการรับรู้ต่อบรรยากาศองค์การอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวมีทิศทางที่กลับกันคือ
กลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาสูงมีระดับการรับรู้ต่อบรรยากาศองค์การต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาต่ำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มตัวอย่างที่มีระดับการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไปนั้น มีการรับรู้ต่อบรรยากาศองค์การต่ำที่สุด
สำหรับการดำเนินการวิจัยครั้งต่อไป
ควรทำการวิจัยเกี่ยวกับภาวะผูกพันต่อองค์การ
ตลอดจนการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อภาวะผูกพันต่อองค์การ
เพื่อสร้างสมการทำนายภาวะผูกพันต่อองค์การของข้าราชการ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล