บทที่ 3
จากแนวคิดในเชิงความยุติธรรม
คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรมในยุคต่างๆ สามารถสรุปเห็นแนวคิดในแต่ละระดับ
และชี้ให้เห็นประเด็นของสาระสำคัญได้ดังนี้
1.
ในยุคดั่งเดิม
![]()
![]()

![]()


![]()

![]()
![]()

รูปที่ 1 แสดงแนวทางการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความยุติธรรม คุณธรรม
ศีลธรรมและจริยธรรม
ในการดำรงชีวิตของประชาชนและชนชั้นในระดับต่างๆ
ของรัฐนั้น
จะอยู่ภายในกรอบของกฎหมายที่ประชาชนและชนชั้นต่างๆ นั้น
ซึ่งประชาชนยินยอมมอบอำนาจอธิปัตให้แก่กษัตริย์หรือผู้ปกครองรัฐหรือชนชั้นปกครองให้มีอำนาจการปกครอง
การจัดสินใจ การใช้ความยุติธรรม ไปสู่การปกครอง การออกกฎหมาย และการตัดสินคดีตามกฎหมาย
เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความสงบสุขแห่งรัฐและสังคม
ในขณะเดียวกัน
การดำเนินชีวิตของประชาชนและพลเมืองในระดับต่างๆ หรือชนชั้นต่างๆ
จะอยู่ในกรอบและแนวความคิดของความยุติธรรม
คุณธรรม
ศีลธรรมและจริยธรรม
ผ่านกระบวนการดังนี้

รูปที่
2
แสดงวิถีชีวิตของประชาชนและพลเมือง และแนวปฏิบัติที่นำไปสู่ความถูกต้อง ความจริงแท้
หรือความจริงสัมบูรณ์
จากรูปที่ 1 และรูปที่ 2 สามารถชี้หรือแสดงให้เห็นได้ว่า การแสวงหาหรือเป้าหมายของการใช้ความยุติธรรม
คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรมของประชาชนนั้น ผ่านตัวแสดง (กษัตริย์หรือชนชั้นปกครอง) ในการออกกฎหมายและใช้กฎหมาย ซึ่งสามารถสรุปและอธิบายได้ว่า กษัตริย์หรือชนชั้นปกครองคือผู้ที่มีอำนาจ หรือเป็นผู้มีความยุติธรรม
คุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม จึงจะ สามารถออกกฎหมายและใช้กฎหมายได้ ขณะเดียวกัน การพัฒนาการเปลี่ยนแปลงของความยุติธรรม
คุณธรรม ศีลธรรม
จริยธรรมและกฎหมายนั้นควรเกิดจากการแสวงหาความรู้ความจริงในเชิงอภิปรัชญา
โดยผ่านกระบวนการคิด การใช้เหตุผล การวิเคราะห์ การพินิจพิจารณา และการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อแสวงหาความถูกต้อง ความจริงแท้
หรือความจริงสัมบูรณ์ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงแห่งรัฐ สังคมแห่งความสงบสุข สังคมแห่งความสมานฉันท์ และสังคมยูโธเปีย
และท้ายที่สุดคือการเดินทางไปสู่ชีวิตนิรันดร์ในดินแดนของพระเจ้า
ภายหลังความตาย
2. ในช่วงยุคกลาง
เป็นช่วงแห่งการถูกบังคับให้ยอมรับในบทบาท อำนาจ
การถูกควบคุม ของสถาบันกษัตริย์ ผู้ปกครองรัฐหรือชนชั้นปกครอง
อย่างเบ็ดเสร็จหรือเป็นเผด็จการอย่างมาก
โดยมีศาสนาและสถาบันทางศาสนาเข้ามามีบทบาทครอบงำซ้อนอยู่เบื้องหลัง (บทบัญญัติแห่งศาสนาหลายๆ ข้อบัญญัตินั้น ที่ถูกกำหนดให้เป็นความถูกต้อง
หรือเป็นความจริงแท้ที่ไม่มีเหตุผลในการอธิบาย หรือที่เรียกว่า Dagma ที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยโป๊ปหรือสถาบันทางศาสนา) ในการควบคุมกระบวนการคิด การชี้นำ และการปฏิบัติต่างๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาของความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม
และความถูกต้องของกษัตริย์ และผู้ปกครองรัฐหรือชนชั้นปกครอง ที่มีต่อสังคม ชุมชน
และความสงบสุขแห่งรัฐและประชาชน ก่อให้เกิดความขัดแย้งของกระบวนการคิด การใช้เหตุผล การวิเคราะห์
การพินิจพิจารณา และการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อการแสวงหาความถูกต้อง ความจริงแท้ หรือความจริงสัมบูรณ์ ของนักคิดและนักปฏิกริยาต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม
จริยธรรม ของความถูกต้องที่มีต่อสังคม ชุมชน
และความสงบสุขแห่งรัฐและประชาชน
และในที่สุด จึงนำไปสู่การหักล้างทางความคิดในลักษณะต่างๆ อันได้แก่
การปฏิวัติ การยึดอำนาจ การโค่นล้ม
และการล้มล้างระบบกษัตริย์ และผู้ปกครองรัฐ หรือชนชั้นปกครอง
เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ของความถูกต้อง และความชอบธรรมในสังคม
แนวความคิดในยุคนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากยุคดั่งเดิมมากขึ้น ความยุติธรรม
คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม และความถูกต้อง
ถูกกำหนดและยอมรับโดยสัญญาประชาคมมากขึ้น
โดยการกำหนด การคิด และการใช้ความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม
และความถูกต้องนั้น ผ่านกระบวนการออกกฎหมาย จะเน้นและให้ความสำคัญแก่สังคม ชุมชน
และความสงบสุขแห่งรัฐและประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การเปลี่ยนแปลง
การพัฒนาและการแก้ไขต่างๆ นั้น
จะเป็นไปตามกระบวนการตัดสินใจของประชามติแห่งมหาชนหรือเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในรัฐเป็นสำคัญ
ดังนั้น บทบาทของประชาชนจึงมีอิทธิพลเหนือรัฐ หรือชนชั้นปกครองมากขึ้น หรือเป็นอย่างมาก

![]()

![]()
รูปที่
3 แสดงบทบาทของประชาชน (ความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม ความถูกต้อง) ที่มีอิทธิพลเหนือรัฐ หรือชนชั้นปกครอง
เพื่อความสงบสุขแห่งรัฐและประชาชน
3. ยุคปัจจุบันและอนาคต
กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัตน์ได้ส่งผลให้เกิดกระแสการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ องค์ความรู้ และข่าวสารข้อมูลต่างๆ
ที่สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว
ก่อให้เกิดภาวะของเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนที่ถูกนำมาเป็นประเด็นที่ถกเถียงและให้ความสำคัญในเวทีโลก
ภาวะปัจเจกชนที่ถูกยอมรับว่าเป็นภาวะของบุคคลหรือส่วนบุคคลที่เป็นสิทธิเสรีภาพและลักษณะเฉพาะ ภาวะของการรวมกลุ่มพวกของชาติพันธุ์
(การยอมรับในความเป็น ความมีของชนกลุ่มน้อย และลักษณะเฉพาะของกลุ่มพวก) ซึ่งสิ่งต่างๆ
เหล่านี้ได้ส่งเสริมและสนับสนุนในเกิดลักษณะเฉพาะของแนวความคิดและความหลากหลายของวัฒนธรรม
ความคิด ความเชื่อ และองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนภาวะของการแสวงหาสิทธิและเสรีภาพเฉพาะกลุ่มและเฉพาะพวก จนนำไปสู่การจัดการทางสังคมใน 2
ขั้วแบบ คือ
1.
การจัดการหรือการแสวงหาที่มีแนวคิดที่ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมเดี่ยว
เป็นลักษณะของการจัดการที่ต้องการให้ระบบโลกมีระเบียบหรือมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งตัวแสดงที่เป็นองค์กรเหนือรัฐ (Supranation) ที่สำคัญในอดีตคือ องค์การสหประชาชาติ (UN)
ที่ทำหน้าที่ในการจัดระเบียบของระบบสังคมโลกให้มีมาตรฐาน แต่ในภาวะปัจจุบันตัวแสดงที่มีบทบาทที่สำคัญคือ สหรัฐอเมริกา
ซึ่งเข้ามาแสดงบทบาทเป็นตัวแสดงที่สำคัญในการจัดระเบียบสังคมโลก (New Order) มากขึ้น ซึ่งบทบาทที่แสดงให้เห็นเด่นชัดได้แก่
การกำหนดรูปแบบและลักษณะการจัดการด้านการเงิน การค้า การแข่งขันทางการค้าในรูปแบบตลาดการค้าเสรี การกำหนดรูปแบบและมาตราฐานทางการค้าและการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ
การให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม
การกำหนดและเน้นความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนในระบบสังคมโลก และการออกกฎหมายควบคุมและจัดการเกี่ยวกับลัทธิการก่อการร้ายต่างๆ
ฯลฯ ซึ่งถูกผลักดันให้เกิดขึ้น ให้เกิดการยอมรับ และให้ปฏิบัติตามในระบบของสังคมโลก
2.
การจัดการหรือการแสวงหาความคิดที่ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมเฉพาะ
เป็นลักษณะของการจัดการที่ต้องการให้เกิดลักษณะเฉพาะเกิดขึ้น
ซึ่งส่งผลหรือสืบเนื่องมาจากจากแนวคิดของปัจเจกชนของบุคคลชุมชน ท้องถิ่น
และกลุ่มพวก เช่น ลักษณะเฉพาะทางทางวัฒนธรรมของกลุ่มชน ท้องถิ่น ลัทธิศาสนา และลัทธิความเชื่อ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับของการมีอยู่และคงอยู่ของลักษณะเฉพาะต่างๆ
เหล่านี้
โดยกิจกรรมหรือพฤติกรรมที่แสดงบทบาทที่สำคัญ ได้แก่
การแสดงลักษณะเฉพาะต่างๆ เช่น ลักษณะของลัทธิชาตินิยม การรวมกลุ่มของประเทศในกลุ่ม EU การรวมกลุ่มของประเทศอาหรับหรือประเทศมุสลิม และลัทธิการก่อการร้าย (Terrorism)
และพฤติกรรมการก่อการร้ายต่างๆ
เพื่อการแบ่งแยกดินแดนและการเรียกร้องการเป็นอิสระหรือการเป็นรัฐอิสระจากการถูกปกครอง
ตลอดจนการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับและการรักษาผลประโยชน์ของตนหรือกลุ่มชน
ฯลฯ
ดังนั้น ลักษณะของความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ จึงอาจถูกวางกรอบหรือกำหนดให้เกิดขึ้น หรือมีในลักษณะที่มีความเป็นระเบียบโลกที่มีความเป็นสากลของระบบโลก
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการยอมรับการมีอยู่จริงในเวทีโลกในระดับต่างๆของหน่วยสังคม
ในขณะเดียวกันก็จะมีการจัดการที่มีรักษาและอนุรักษ์ให้คงอยู่ของความเป็นลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์หรือเชื้อชาติ
(ความเป็นชาตินิยม) เพื่อให้เกิดการยอมรับของการมีอยู่จริงของตัวแสดงในระดับต่างๆ
ทุกตัวแสดง
จากสภาวการณ์หรือสภาพการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนผลกระทบในด้านต่างๆ
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการกำหนดรูปแบบหรือลักษณะที่มีความเฉพาะ มีความหลากหลาย
และการมีจุดร่วมของวัฒนธรรม ความเชื่อ ระเบียบ กฎกติกา
และการเคารพในระบบหรือบทบาทต่างๆ ซึ่งกันและกันของความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ
ที่มีความเป็นกลาง
มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือความเป็นสากลร่วมกัน (Unity) และการยอมรับซึ่งกันและกันให้เกิดขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากระบบของสังคมโลกมีสภาพเป็นพลวัต (Dynamic) แห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา มีความเป็นสากลหรือมีความเป็นนานาชาติ (International)
มากขึ้นและสามารถเข้าถึงได้หรือรับรู้ได้โดยง่าย
และเพื่อให้มีหรือให้เกิดความสอดคล้องและสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน (Linkage)
โดยมีเป้าหมายสูงสุดของสังคม
คือการเข้าสู่การอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสงบสุข มีความสันติสุขในสังคม หรือเป็นสังคมยูโธเปีย (ในแนวคิดสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ และเสรีประชาธิปไตย)
หรือเป็นสังคมในยุคเมไสยอา (ในความเชื่อของศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม)
หรือเป็นสังคมแห่งยุคพระศรีอาริยะ (ในความเชื่อของศาสนาพุทธ)
ให้เกิดขึ้นในระบบของสังคมโลก
แนวทางในการจัดการศึกษาในวิชาจริยธรรมหรือวิชาจริยศึกษาในระดับอุดมศึกษา
เพื่อการเข้าสู่ความสันติสุขของสังคม
หรือการเข้าสู่สังคมยูโธเปีย
1. กรอบแนวคิด
1. ทำอย่างไรที่จะให้ผู้เรียนรับรู้และการยอมรับในลักษณะและคุณค่าของความดี ความยุติธรรมคุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
2. ทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ เข้าใจ
และสามารถสรุปหรือประมวลความรู้ในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม
จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
3.
ทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถสื่อสาร ปฏิบัติ
แสดงพฤติกรรมหรือประกอบกิจกรรมต่างๆ
ที่เข้าถึงในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
2. กรอบแนวทางปฏิบัติ
2.1
การกำหนดขอบเขตหรือเนื้อหาของหลักสูตรและรายวิชา
การกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของหลักสูตร หรือเป้าหมายของรายวิชาว่า ต้องการให้ผู้เรียนมีรูปลักษณ์หรือมีลักษณะเป็นอย่างไร
หรือมีคุณลักษณะเป็นอย่างไร
ที่เกี่ยวกับความรู้ ความคิด และการปฏิบัติในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม
คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
โดยการจัดการทางความรู้ให้แก่ผู้เรียน ได้แก่
1. ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ รับรู้ หรือมีความรู้
และรู้ในคุณค่าของเกี่ยวกับปรัชญา ลัทธิ แนวคิด ความเชื่อ
หลักการทางศาสนา ความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม หลักการแห่งกฎหมาย และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับของปัจเจกและในระดับสาธารณะ
2. ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ รับรู้
หรือมีความรู้ในความหลากหลายของวัฒนธรรม
ความคิด ความเชื่อ และวิถีปฏิบัติต่างๆ
ลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์ภูมิภาคและท้องถิ่น
ปัจจัยที่เกื้อหนุนและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมหรือการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ
ที่หลากหลาย ความคิด ความเชื่อ วิถีการปฏิบัติต่างๆ เช่น องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ สภาพสิ่งแวดล้อม ลักษณะหรือลัทธิการปกครอง รูปแบบหรือลักษณะของกฎหมาย ลักษณะของสังคม แนวทางการพัฒนาประเทศ โลกาภิวัตน์ การสื่อสารและระบบสารสนเทศ ฯลฯ
3. ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หรือมีความรู้ในกระบวนการหรือวิธีคิด
เหตุผลในการคิด และปัจจัยหรือกระบวนการที่ส่งผลให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบด้วยวิธีการแบบแยกส่วน
และองค์รวม
เพื่อนำไปสู่การแสวงหาความรู้และการแสวงหาความรู้
โดยการจัดการทางความคิดให้แก่ผู้เรียนให้เป็นระบบ ได้แก่
1. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีคิด กระบวนการคิด การแสวงหาเหตุผล การแสวงหาความรู้จากกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบทั้งในระดับแยกส่วนและองค์รวม
ที่เกี่ยวกับปรัชญา ลัทธิ แนวคิด
ความเชื่อ หลักการทางศาสนา ความดี
ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม หลักการแห่งกฎหมาย
และความถูกต้องต่างๆ
อันมีผลกระทบหรือมีปัจจัยมาจากความหลากหลายของวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ
และวิถีปฏิบัติต่างๆ
ลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์ภูมิภาคและท้องถิ่น
และปัจจัยที่เกื้อหนุนและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมหรือการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ
ที่หลากหลาย ความคิด ความเชื่อ วิถีการปฏิบัติต่างๆ เช่น องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ สภาพสิ่งแวดล้อม
ลักษณะหรือลัทธิการปกครอง
รูปแบบหรือลักษณะของกฎหมาย
ลักษณะของสังคม
แนวทางการพัฒนาประเทศ
โลกาภิวัตน์
การสื่อสารและระบบสารสนเทศ
ฯลฯ
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้คิด ได้วิเคราะห์ การจัดการระบบความคิด
การทำความเข้าใจการตรวจสอบ
และสามารถสรุปหรือประมวลความรู้หรือหาคำตอบในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ ด้วยวิธีการแยกส่วนและแบบองค์รวมอย่างเป็นระบบ
3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดงออกในเชิงความคิดหรือกล้านำเสนอแนวคิดวิเคราะห์ กระบวนการคิดและวิธีวิเคราะห์
ตลอดจนบทสรุปของแนวความคิดหรือผลจากการประมวลความรู้ หรือคำตอบในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
ทั้งในระดับแยกส่วนและในระดับองค์รวม
โดยการจัดการพฤติกรรม การถ่ายทอดพฤติกรรม
การแสดงหรือการนำเสนอพฤติกรรม และการปฏิบัติ ได้แก่
1. ให้ผู้เรียนได้รับรู้ในบทบาท หน้าที่และภารกิจหลักที่พึงกระทำ ในอันที่จะเข้าถึงการเรียนรู้ การรับรู้ การเข้าใจ
การประมวลหรือการสรุป และการแสดงออกหรือการนำเสนอพฤติกรรมในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม
และความถูกต้องต่างๆ ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
และในระดับแยกส่วนและในระดับองค์รวม
2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้จัดการพฤติกรรม ถ่ายทอดพฤติกรรม การแสดงออก และการนำเสนอพฤติกรรมในคุณค่าของความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม
และความถูกต้องต่างๆ ทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสาธารณะ
และในระดับแยกส่วนและในระดับองค์รวม
3. ความสามารถในการบูรณาการองค์ความรู้ ความคิด
และการปฏิบัติได้
ให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับธรรมชาติหรือลักษณะพื้นฐาน และลักษณะเฉพาะในวิชาชีพต่างๆ
หรือของผู้เรียน
2.2 การจัดกิจกรรม
รูปแบบของกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน ได้แก่
1. การบรรยาย การอธิบาย การเสนอแนะ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญา
ลัทธิ แนวคิด ความเชื่อ หลักการทางศาสนา
ความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม
หลักการแห่งกฎหมาย และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับของปัจเจกและในระดับสาธารณะ
ตลอดจนความรู้ในความหลากหลายของวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ
และวิถีปฏิบัติต่างๆ ลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์ภูมิภาคและท้องถิ่น ปัจจัยที่เกื้อหนุนและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมหรือการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ
ที่หลากหลาย ความคิด ความเชื่อ วิถีการปฏิบัติต่างๆ
เช่น
องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์
สภาพสิ่งแวดล้อม
ลักษณะหรือลัทธิการปกครอง
รูปแบบหรือลักษณะของกฎหมาย
ลักษณะของสังคม แนวทางการพัฒนาประเทศ โลกาภิวัตน์ การสื่อสารและระบบสารสนเทศ ฯลฯ
ซึ่งอาจใช้วิทยากรและผู้ทรงความรู้ในแขนงหรือสาขาวิชา และในวิชาชีพต่างๆ
ที่สัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาและสาขาวิชาชีพของผู้เรียน มาบรรยายความรู้ในหัวข้อต่างๆ
2. การสัมมนา การอภิปราย
การพิจารณาสรุปในหัวข้อหรือประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปรัชญา
ลัทธิ แนวคิด ความเชื่อ หลักการทางศาสนา
ความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม
หลักการแห่งกฎหมาย และความถูกต้องต่างๆ
ทั้งในระดับของปัจเจกและในระดับสาธารณะ
ตลอดจนความรู้ในความหลากหลายของวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ
และวิถีปฏิบัติต่างๆ
ลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์ภูมิภาคและท้องถิ่น
ปัจจัยที่เกื้อหนุนและปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมหรือการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างๆ
ที่หลากหลาย ความคิด ความเชื่อ วิถีการปฏิบัติต่างๆ เช่น
องค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์
สภาพสิ่งแวดล้อม
ลักษณะหรือลัทธิการปกครอง
รูปแบบหรือลักษณะของกฎหมาย
ลักษณะของสังคม
แนวทางการพัฒนาประเทศ
โลกาภิวัตน์
การสื่อสารและระบบสารสนเทศ
ฯลฯ
3. การจัดสถานการณ์จำลอง การตั้งประเด็นปัญหา หรือการให้วิเคราะห์ประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เป็นประเด็นร้อน หรือเป็นประเด็นที่ทันสมัย ที่ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปรัชญา ลัทธิ แนวคิด ความเชื่อ หลักการทางศาสนา ความดี ความยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม หล