คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา

ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง  ในทัศนะของนักศึกษาศิลปะ

สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตเพาะช่าง

Desirable Actual and Expected Characteristics of Physical Education Instructors Perceived by Art Student of Rajamangala Institute of Technology  Poh-Chang Art Campus

 

ประวิตร  โหรา1

Mr. Pravite  Hora2

 

บทคัดย่อ

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  ศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา   ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง  ในทัศนะของนักศึกษาศิลปะ  สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาศิลปะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ประจำปีการศึกษา 2544 จำนวน 310 คน   โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 3 ระดับ  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 75 ข้อ  และแบบสอบถามปลายเปิด  สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  t–test  และ F–test   โดยมีค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05    ผลการวิจัยพบว่า

1.      นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

วิทยาเขตเพาะช่าง ตามความเป็นจริงโดยรวมอยู่ในระดับมาก  และตามความคาดหวังโดยรวมอยู่ในระดับมาก  

2.      นักศึกษาต่างเพศกัน   มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความเป็นจริง

โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่ในรายด้าน พบว่า ด้านวิชาการและการเรียนการสอน  แตกต่างกัน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.      นักศึกษาต่างเพศกัน   มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความคาดหวัง

เป็นรายด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกัน

4.      นักศึกษาต่างชั้นปีกัน  มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความเป็นจริง

โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่ในรายด้าน พบว่า ด้านวิชาการและการเรียนการสอน  แตกต่างกัน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05

5.      นักศึกษาต่างชั้นปีกัน  มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความคาดหวัง

รายด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกัน 

6.      นักศึกษาต่างคณะวิชากัน  มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความเป็น

จริงและตามความคาดหวัง โดยรวม ไม่พบความแตกต่าง   แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านและเป็นรายคู่  พบว่า นักศึกษาต่างคณะวิชากัน  ตามความเป็นจริง ด้านความเป็นครู แตกต่างกัน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05

 

คำสำคัญ : คุณลักษณะที่พึงประสงค์ , อาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา

 

ABSTRACT

 

The purpose of the research was to investigate the actual and expected attitude to physical education instructors’ desirable characteristics in the perception of art students at Rajamangala Institute of Technology, Poh-Chang Art Campus. As the total of 310 samples, art students at Rajamangala Institute of Technology, Poh-Chang Art Campus in the 2001 academic year. The questionnaire with seventy-five three-scaled closed-ended items and one opened-ended question was designed for data collection.  Statistics  used  for data  analysis were percentage, Mean, Standard Deviation, t-test, F-test at the 0.05 level of significance. The findings were :

1.      The art students had a high actual and expected attitude to the overall desirable characteristics of the

physical education instructors.

2.      There was no significant difference in the actual attitude to the physical education instructors based on sex

but there was a significant difference in technical and teaching competence.

3.      There was no significant difference in the expected attitude to the physical education instructors based on

sex .

4.      There was no significant difference in the actual attitude to the physical education instructors based on

study year but there was a significant in technical and  teaching competence .

5.      There was no significant  difference in the expected attitude to the physical education instructors based on

study year.

6.      There was no significant difference in the actual attitude to physical education instructors based on faculty

but there was a significant difference in the actual instructor personalities.

 

Key words : Characteristics, Physical Education Instructors

 

บทนำ

 

ภารกิจอันสำคัญของสถาบันการศึกษา นอกจากจะผลิตให้บัณฑิตเป็นผู้ที่มีความรู้ทางวิชาการแล้ว สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาบัณฑิตให้เป็นมนุษย์ทั้งทางด้านสติปัญญา  ร่างกาย  จิตใจ อารมณ์ และสังคม หรืออาจจะกล่าวอย่างง่ายๆ ว่า  บัณฑิตที่ผลิตออกไปจะต้องเป็นผู้ที่มีลักษณะอันพึงประสงค์ 3 ประการ คือ 1) การเป็นผู้มีคุณธรรม ต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  มีเมตตากรุณา  ซื่อสัตย์สุจริต ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม  มีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์แก่สังคม  ทั้งในขณะที่กำลังศึกษาและเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว  2)  การเป็นผู้ที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถในสาขาวิชาชีพที่ศึกษา มีการวางแผนการทำงานอย่างมีระบบ  ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ลุล่วงไปด้วยดี  มีความสามารถในการทำงานร่วมกันอยู่ร่วมกัน  เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี   ตลอดจนเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์  จิตใจปกติ สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขตามแก่อัตภาพ  3) การเป็นผู้ที่มีคุณค่าอยู่ในสังคมอย่างมีประโยชน์ สามารถประพฤติตนให้เหมาะสมแก่หน้าที่ ให้เป็นที่ปรารถนาของสังคม เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย รักษาวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของชาติ (วันเพ็ญ  อัครสมิตร และคณะ. 2538)  ซึ่ง สำรวย  มีศิริ (2524) กล่าวว่า การที่สถาบันอุดมศึกษามุ่งพัฒนาบุคคลให้มีความเจริญงอกงามทางด้านสติปัญญา เป็นบุคคลที่สมบรูณ์ เป็นศึกษิต พร้อมที่จะออกไปช่วยพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปได้นั้นมาจากอาจารย์ผู้สอนเป็นสำคัญ  เพราะเป็นผู้จัดประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่ผู้เรียนได้พัฒนาไปตามเป้าหมายของการอุดมศึกษา ทั้งนี้เนื่องจากอาจารย์ผู้สอนมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อนิสิตนักศึกษาเป็นอย่างมาก (วรรณวดี ม้าลำพอง และ ปรียา พวงแก้ว. 2521) ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจึงไม่อาจยกฐานะให้สูงเกินกว่าคุณภาพของอาจารย์ในสถาบันได้ (ธำรง  บัวศรี. 2525) นอกจากนี้อาชีพครูอาจารย์ เป็นอาชีพที่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งในด้านความคิดและการกระทำ ครูอาจารย์จะต้องตั้งมั่นอยู่ในฐานะผู้รอบรู้ สามารถสั่งสอนและอบรมศิษย์ในการดำเนินชีวิต การอาชีพ  การแก้ไขปัญหาชีวิต  สังคมจึงยกย่องครูอาจารย์เป็นผู้ที่มีจริยธรรมอันสูงส่ง และคาดหมายว่าจะต้องระมัดระวังตนในด้านความประพฤติ การรักษาความดีเหนือกว่าอาชีพอื่นๆ (บุศรินทร์ ปัทมาคม. 2536)   เนื่องจากสังคมมองเห็นความสำคัญของครูอาจารย์ ว่า  ครูอาจารย์เป็นผู้กำหนดหลักสูตรการเรียนการสอน  เป็นผู้ออกแบบ  สร้างสรรค์  พัฒนาและแก้ปัญหาให้แก่สังคม   จนได้รับขนานนามว่าเป็นวิศวกรสังคม (ยนต์  ชุ่มจิต. 2539)

            พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 4 ได้ให้ความหมายคำว่า "การศึกษา " ว่า หมายถึงกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม  โดยการถ่ายทอดความรู้  การฝึก  การอบรม  การสืบสานทางวัฒนธรรม  การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ  การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม  สังคม การเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยเฉพาะวิทยาเขตเพาะช่าง เป็นสถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนทางด้านสายศิลปกรรม  ทั้งในระดับประโยควิชาชีพชั้นสูงและระดับปริญญาตรี   มีการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและนันทนาการแก่นักศึกษาในระดับประโยควิชาชีพชั้นสูง ซึ่งอยู่ในหมวดวิชาศึกษาทั่วไป  ที่นักศึกษาทุกคนจะต้องเรียน (สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล. 2543) ด้วยบทบาทและภาระหน้าที่ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษาและนันทนาการ  จึงน่าที่จะมีส่วนในการผลักดัน สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้เรียน ทั้งนี้เพราะแนวทางในการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาได้มุ่งเน้นให้ 1) ผู้เรียนได้รับความรู้  ความเข้าใจ  เกี่ยวกับวิชาพลศึกษาว่ามีความจำเป็นต่อชีวิตของตนอย่างไร  จะสร้างสมรรถภาพและรักษาสมรรถภาพของตน โดยอาศัยกีฬาเป็นเครื่องมือได้อย่างไร  ตลอดจนกฎระเบียบกติกา และวิธีเล่นกีฬาประเภทนั้นๆ   2)   ผู้เรียนมีทักษะทางการกีฬานั้นๆ  เพื่อที่จะนำไปใช้ในการออกกำลังกายและร่วมเล่นกับผู้อื่น เพื่อรักษาสมรรถภาพ พัฒนาสมรรถภาพและบุคลิกลักษณะของตนเองในชีวิตประจำวันได้  3) ผู้เรียนมีเจคติที่ดีต่อการออกกำลังกาย  โดยการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ  เพื่อมิตรภาพและสนุกสนาน  ตลอดทั้งการเป็นผู้ดูกีฬาเพื่อการนันทนาการ  และ  4)  ผู้เรียนมีคุณธรรม  อันได้แก่ ความกล้าหาญ  ความอดทน  ความอดกลั้น  การตัดสินใจ  ความสามัคคี  ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ความเป็นระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต ความยุติธรรม  ความรับผิดชอบ  และความมีน้ำใจนักกีฬา  รู้แพ้  รู้ชนะ  รู้อภัย (กรมวิชาการ. 2524)  และตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรวิชาพลศึกษาและนันทนาการ ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนั้น ต้องการให้ผู้เรียนมี 1) มีความรู้ มีภูมิปัญญา มีความริเริ่ม มีทักษะปฏิบัติการ 2) มีทัศนคติที่ดีในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางสังคม  วัฒนธรรม ระเบียบประเพณี 3) รู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ รู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ รู้จักหน้าที่พลเมืองดีในระบบประชาธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม 4) เข้าใจค่านิยมในเรื่องการออม ความอดทน  ความเสียสละ ความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม  5)  พัฒนาความเจริญทางด้านร่างกาย  และจิตใจให้สมบูรณ์ ตลอดจนพัฒนาบุคลิกภาพ 6) สามารถสร้างสุขนิสัยทางกายและทางจิต 7) รู้จักให้ความร่วมมือในการรักษาระเบียบขององค์การที่เกี่ยวข้อง รู้จักรักษากติกา ระมัดระวังความปลอดภัยในการละเล่น และมีมารยาทในการเล่นเกมส์ต่างๆ 8) สามารถเลือกกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการ และความสนใจของตนให้สอดคล้องกับการใช้เวลาว่างเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสังคม   และ  9) ช่วยให้รู้จักมีชีวิตที่ดีขึ้น  มองโลกในแง่ดี  มีความสุขกับชีวิตและสังคมตามสมควรแก่อัตภาพ (คณะศิลปศาสตร์. 2541) 

ซึ่งจากการที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง มีการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มวิชาพลศึกษาและนันทนาการ โดยแบ่งวิชาที่สอนออกเป็น 1) วิชานันทนาการ ที่มีเนื้อหารายวิชาเพื่อให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับกิจกรรมนันทนาการขององค์กรต่างๆ การจัดกิจกรรมนันทนาการในโอกาสต่างๆ  และเลือกกิจกรรมนันทนาการที่เหมาะสมกับตนเอง และ 2) วิชาลีลาศ ที่มีเนื้อหาวิชาเพื่อฝึกปฏิบัติทักษะพื้นฐานเบื้องต้น และทักษะท่าทางต่างๆ กฎ ระเบียบกติกาและการจัดการแข่งขันกีฬาลีลาศ นอกจากนี้ ผู้วิจัยมีบทบาทและหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกวิชาพลศึกษาและนันทนาการ  ตลอดจนการทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและนันทนาการในวิทยาเขตเพาะช่าง ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาทัศนะความคิดเห็นและความต้องการของนักศึกษาว่า  คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษาและนันทนาการตามความเป็นจริง  และตามความคาดหวังเป็นอย่างไร  เพื่อทราบความคิดเห็นและความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษาและนันทนาการ   และเพื่อเป็นแนวทางในการจัดเนื้อหาของหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียน

 

วิธีการวิจัย

 

ผู้วิจัยได้ดำเนินการโดยประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือนักศึกษาศิลปะระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตเพาะช่าง  จำนวน 1,369 คน ประจำปีการศึกษา 2544 เท่านั้น และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือนักศึกษาศิลปะ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยทำการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูลนี้ เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 75 ข้อ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ  1) ด้านความเป็นครูอาจารย์ จำนวน 26 ข้อ  2) ด้านความเป็นครูอาจารย์พลศึกษา  จำนวน 31 ข้อ  3) ด้านวิชาการและการจัดการเรียนสอน จำนวน 18 ข้อ สำหรับสถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ใช้การวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม  ตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 1-2 เพื่อศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา  ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง ในทัศนะของนักศึกษาศิลปะ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตเพาะช่าง  สถิติที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  โดยตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1-2 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง ในทัศนะของนักศึกษาศิลปะ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ที่มีเพศต่างกัน  และที่ชั้นปีต่างกัน  โดยใช้  t-test  และตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 3 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของครูอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง ในทัศนะของนักศึกษาศิลปะ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง  ที่คณะวิชาต่างกัน  โดยใช้ F-test  และในกรณีที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  จะทำการทดสอบความแปรปรวนที่แตกต่างเป็นรายคู่ ด้วยวิธีของ Fisher’s LSD ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปลายเปิด ใช้วิธีแจกแจงความถี่

 

ผลการวิจัย

 

ตารางที่  1   แสดงความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชาพลศึกษา  ในทัศนะของ

      นักศึกษาศิลปะ  สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตเพาะช่าง  ตามความเป็นจริงและตามความคาดหวัง  รายด้าน

      และโดยรวม (N = 310 คน)

 

 

ข้อความ

ตามความเป็นจริง

ตามความคาดหวัง

 

`X

 

S.D.

 

`X

 

S.D.

1.  คุณลักษณะด้านความเป็นครู

2.3096**

.2249

2.4373*

.2954

2.  คุณลักษณะด้านความเป็นครูอาจารย์

พลศึกษา

2.3686*

.2720

2.4730*

.2929

3.  คุณลักษณะด้านวิชาการและการเรียนการสอน

2.3756*

.2435

2.4213*

.3411

ค่าเฉลี่ยโดยรวม

2.3498*

.2185

2.4483*

.2754

*              หมายถึงมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ

**             หมายถึงมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง

 

ตารางที่  2  เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง   เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชา

     พลศึกษา ตามความเป็นจริง  เป็นรายด้านและโดยรวม (N = 310)

 

 

คุณลักษณะ

เพศชาย (n=146)

เพศหญิง (n=164)

t

P

 

`X

 

S.D.

 

`X

 

S.D.

1.  ด้านความเป็นครู

2.3069

.2228

2.3119

.2273

.196

.845

2.  ด้านความเป็นครูอาจารย์

พลศึกษา

2.3478*

.2771

2.3871*

.2668

1.272

.204

3.  ด้านวิชาการและการเรียนการสอน

2.3444*

.2394

2.4035*

.2444

2.145

.033**

โดยรวม

2.3328

.2228

2.3650*

.2142

1.296

.196

**             มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

 

ตารางที่  3  เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง   เกี่ยวกับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของอาจารย์ผู้สอนวิชา

     พลศึกษา   ตามความคาดหวัง  เป็นรายด้านและโดยรวม (N = 310)

 

 

คุณลักษณะ

เพศชาย (n=146)

เพศหญิง (n=164)

t

P