การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา
: ศึกษากรณีเฉพาะนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
Factors Affecting the
Students' Decision Making for Participating
in Student Activities of Rajamangala Institute of
Technology
: Case Study of Poh Chang Art Campus and Pranakorn Tai
Campus
ประวิตร
โหรา1
Pravite
Hora1
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล โดยศึกษาเฉพาะกรณีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง และวิทยาเขตพระนครใต้
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง จำนวน 187 คน และนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ จำนวน 153 คน
ประจำปีการศึกษา 2543 โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า
5 ระดับที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 123 ข้อ และคำถามแบบปลายเปิด 1
ข้อ
สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นอย่างง่ายด้วยวิธี Stepwise โดยมีค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ .01
ผลการวิจัยพบว่า
1. นักศึกษามีความคิดเห็นต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาว่า
1) สถานศึกษาควรให้การสนับสนุน 2) กิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ 3) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตในวัยเรียน 4) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่มีผลให้การเรียนตกต่ำ 5) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาควรมีครูอาจารย์ชี้นำหรือวางแผนในการปฏิบัติหรือทำกิจกรรม และ 6) สถานศึกษาควรให้เสรีภาพแก่นักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
2. ความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ พบว่า ครอบครัว สังคมกลุ่มเพื่อน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สถานศึกษา และโลกาภิวัตน์ เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา
3. ความคิดเห็นของนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา พบว่า นักศึกษาเพศชายและนักศึกษาเพศหญิงมีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาไม่แตกต่างกัน
4. ความคิดเห็นของนักศึกษาวิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา พบว่า
นักศึกษาทั้งสองวิทยาเขตมีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาไม่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาเป็นรายปัจจัย
พบว่า
นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ด้านสถานศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
5. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ กับการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา เพื่อศึกษาตัวพยากรณ์การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามี 5 ด้าน คือ ครอบครัว สังคมกลุ่มเพื่อน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สถานศึกษา และโลกาภิวัตน์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามากที่สุด รองลงมาคือ สังคมกลุ่มเพื่อน สถานศึกษา ครอบครัว และโลกาภิวัตน์ ตามลำดับ
6. เมื่อทำการทดสอบความสามารถในการพยากรณ์ของปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา เพื่อสร้างสมการพยากรณ์การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา พบว่า ปัจจัยที่สามารถร่วมพยากรณ์การเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาได้ร้อยละ 96.90 โดยมีปัจจัยทั้งสิ้น 4 ปัจจัย ซึ่งเรียงจากค่ามากไปหาน้อย คือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สถานศึกษา ครอบครัว และโลกาภิวัตน์ ตามลำดับ
คำสำคัญ : กิจกรรมนักศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ
ABSTRACT
The purpose of this research
was to study the factor affecting the students decision making in
participating in student activities of Poh Chang Art Campus and Pranakorn Tai
Campus, Rajamangala Institute of Technology.
Enrolled
in Rajamangala Institute of Technology during the 2000 academic year, the 187
Poh Chang Art students and 153 Pranakorn Tai students was randomly sampled. Constructed by the researcher, the
instrument was a five-scaled questionnaire, divided into two parts : closed-ended
123 items and one opened-ended question.
Statistics applied for data analysis were percentage, Mean, Standard
Deviation, t-test, and Simple Linear Regression Analysis with stepwise method
at the 0.05 and 0.01 level of significance. The findings revealed that :
1.
The students perceived that 1) The Campus support in student activities was
needed. 2) Student activities were beneficial. 3) Student activity
participation was highly required for students. 4) Student activity
participation had no negative effects to students studies. 5) The instructors
assigned for student activity was
in demand. 6) The Campus was requested to give more freedom to students for
greater student activities participation.
2.
The students perceived that family, schoolmates, self-achievement, campus, and
globalization were the factors affecting their decision making for participating
in student activities.
3. There was no significant difference in
the factors affecting the students decision making for participating in
student activities based on sex.
4. There was a significant difference in
the campus factor affecting the students decision making for participating in
student activities based on the students respective campus.
5. Upon to the testing of correlations between the factors and the
students decision making, it was
found that there was a significant positive correlations between the five
factors and the students decision making at the level of 0.01. The self-achievement was the best
predictor for the students decision making, followed by schoolmates, campus,
family, and globalization.
6. After testing the predictability of the
factors affecting the students decision making for participating in student
activities, it was found that the four factors with predictability at the 96.90%
were self-achievement, campus, family and globalization, respectively.
Keywords : Student Activities , Factors Affecting the Students' Decision Making for Participating
กิจกรรมนักศึกษา (Student Activities) เป็นกระบวนการหนึ่งที่สามารถกำหนดปรัชญาความคิดให้กับนิสิตนักศึกษาที่มีความประสงค์ในการเข้าร่วมกิจกรรมได้เป็นอย่างดี
พวกเขาทุกคนจะได้พบกับระบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้กำหนดหรือบัญญัติไว้ในหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งหรือในสถาบันการศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้น
และยังคงจะต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า การที่นิสิต
นักศึกษาคนใดคนหนึ่งก็ตามที่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมในช่วงเวลาเรียน ก็เหมือนกับการได้เรียนรู้ประสบการณ์เพิ่มเติมมากกว่าคนอื่น ความแตกต่างตรงนี้ ว่าที่บัณฑิต
ทุกคนอาจจะมีมุมมองที่ต่างกัน หลายคนบอกว่า มันจำเป็น และขณะที่อีกหลายคนบอกว่า
ต้องรีบจบ เพื่อความอยู่รอดหรือเพื่อสนองความต้องการของตลาด
ซึ่งหากมองในประเด็นของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแล้ว จะพบว่าผู้ที่มีอำนาจในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเหล่านี้คือ กลุ่มนายทุนธุรกิจต่าง ๆ
ที่ได้พยายามพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถสร้างผลผลิตให้กับตนเท่านั้นเอง
มิได้คิดที่จะสร้างมนุษย์ให้มีความเป็นมนุษย์ขึ้นมา (วันเพ็ญ อัครสมิตร และคณะ. 2538 : 12) แต่เนื่องจากสถาบันอุดมศึกษาไทยมีภาระหน้าที่อยู่
4 ประการคือ
การผลิตบัณฑิตที่ทรงความรู้และมีคุณธรรม ผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ ให้การบริการทางวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ.
2542 : 29) ซึ่งภารกิจอันสำคัญในการผลิตบัณฑิตนั้นนอกจากจะให้บัณฑิตเป็นผู้ที่มีความรู้ทางวิชาการแล้ว
สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาบัณฑิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบรูณ์ทั้งทางด้านสติปัญญา
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม หรืออาจจะกล่าวอย่างง่าย
ๆ ว่า
บัณฑิตที่ผลิตออกไปจะต้องเป็นผู้ที่มีลักษณะอันพึงประสงค์ 3 ประการ คือ 1) การเป็นผู้มีคุณธรรม
ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตากรุณา ซื่อสัตย์สุจริต
ยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม มีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์แก่สังคม ทั้งในขณะที่กำลังศึกษาและเมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว 2) การเป็นผู้ที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถในสาขาวิชาที่ศึกษา มีการวางแผนการทำงานอย่างมีระบบ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ลุล่วงไปด้วยดี
มีความสามารถในการทำงานร่วมกันอยู่ร่วมกัน เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
ตลอดจนเป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์
จิตใจปกติ สามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขตามแก่อัตถภาพ 3) การเป็นผู้ที่มีคุณค่า
อยู่ในสังคมอย่างมีประโยชน์
สามารถประพฤติตนให้เหมาะสมแก่หน้าที่ ให้เป็นที่ปรารถนาของสังคม เป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย
และรักษาวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของชาติต่อไป (วันเพ็ญ อัครสมิตร และคณะ. 2538 : 12)
ชีวิตนักศึกษานั้นมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 ประการ ได้แก่
การศึกษาเล่าเรียน
การทำกิจกรรม
และการสร้างสายสัมพันธ์
ซึ่งชีวิตนักศึกษาเป็นการศึกษาตามระบบในช่วงสุดท้าย ก่อนที่จะไปดำเนินชีวิตการงานที่ต้องรับผิดชอบตัวเองอย่างจริงจัง
จึงควรจะได้มีการเตรียมตัวเตรียมใจให้พรักพร้อม นอกจากนี้ยังถือได้ว่านักศึกษาเป็นอนาคตของชาติ
เพราะกลุ่มผู้นำในอนาคตมักผ่านสถาบันอุดมศึกษามาก่อน
สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องรับภาระนี้นอกเหนือจากความเป็นเลิศทางวิชาการแล้วนั้น
ยังจำเป็นต้องสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาโตเต็มวัย ทั้งด้านความรู้ ทักษะวิชาชีพ การทำงานเป็นทีม
หรือการรู้จักสังคม จริยธรรมและทางร่างกาย (วันเพ็ญ อัครสมิตร และคณะ. 2538 : 5) ทั้งนี้เพราะกิจกรรมนักศึกษาเป็นกลไกที่เสริมทักษะตามความถนัดที่หลากหลาย เสริมสร้างภูมิปัญญาและบุคลิกภาพอันพึงปรารถนาของพลเมือง ผู้กุมอนาคตของชาติและโลก
เป็นช่องทางที่เปิดสำหรับให้เยาวชนได้ค้นพบตัวตนของตนเอง
ก่อนที่จะออกมาแบกภาระของคนรุ่นก่อนเขาต่อไป อย่างมีประสิทธิภาพ (สมชัย อาศัยบุญ. 2538
: 2) กิจกรรมนักศึกษานั้นควรมีลักษณะที่หลากหลาย
เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน
เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ
การทำกิจกรรมจึงเป็นการฝึกนักศึกษาให้รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม
การแก้ปัญหาอุปสรรค
การอดทนต่อปัญหา
การไม่เหลิงในความสำเร็จ
การรู้จักทำอะไรอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาเข้าใจหรือรู้จักเป้าหมายชีวิตของตนเอง
โดยสามารถแบ่งออกได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้คือ กลุ่มแรก ได้แก่
กิจกรรมพัฒนาชุมชนทั้งในชนบทและในเมือง กลุ่มที่สอง
ได้แก่ กิจกรรมด้านวิชาการ กลุ่มที่สาม ได้แก่ กิจกรรมด้านการกีฬาและนันทนาการ กลุ่มที่สี่ ได้แก่ การพัฒนาตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2
กลุ่มย่อยคือ 1) เป็นการพัฒนาด้านทักษะอาชีพ และ 2) เป็นการพัฒนาด้านจิตใจ และกลุ่มสุดท้าย ได้แก่
ด้านการเมือง
เป็นกิจกรรมที่มีความเด่นมากเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน (วันเพ็ญ อัครสมิตร และคณะ.
2538 : 4-5)
จากกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของโลกไร้พรมแดนของข้อมูลข่าวสาร แห่งยุคโลกาภิวัตน์
(Globalization) ที่มีผลกระทบต่อสังคม ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นในสังคม
โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว
ซึ่ง เกรียงศักดิ์
เจริญวงศ์ศักดิ์ (2541 : 55-60) กล่าวว่า
กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวใช้ชีวิตในลักษณะของปัจเจกชน
ใช้ชีวิตอยู่เพื่อแสวงหาความสุขให้ตนเอง
ขาดอุดมการณ์และเป้าหมายในการดำเนินชีวิต
ไม่เห็นคุณค่าของความเสียสละหรือใช้ชีวิตของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยมีสาเหตุมาจาก 1) สภาพแวดล้อมทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมให้เสรีภาพประชาชนสูง
จนทำให้พลังการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไม่ชัดเจน 2) สภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มวัยรุ่นคนหนุ่มสาวซึ่งเติบโตมาในยุคหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม
2516 หรือ
6 ตุลาคม 2519 ได้สั่งสมและเลียนแบบค่านิยมที่ได้รับจากสังคมที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสังคมวัตถุนิยมและสังคมบริโภคนิยมสูงมาก
กระแสโลกที่มีแนวโน้มยึดมั่นในความอยู่รอดทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ต่างคนจึงแสวงหาทรัพย์สิน แสวงหาความสุขเพื่อตนเอง
การเพิ่มสูงขึ้นของเสรีภาพตลอดจนการล่มสลายของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์
ยิ่งเป็นตัวเร่งให้คนในสังคมมีแนวโน้มใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
และเมื่อโลกาภิวัตน์ที่นำวัฒนธรรมและแนวคิดต่าง ๆ ได้มีการถ่ายทอด
เปลี่ยนแปลงและแลกเปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่อง ตามกระแสแฟชั่น
ค่านิยม ความคิดและวัฒนธรรมต่างๆ
ก็เช่นกันที่สามารถแสดงหรือชี้ให้เห็นได้ชัดเจน ก็คือในกลุ่มของวัยรุ่นของไทยที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป
โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ เช่น ที่เซ็นเตอร์
พอยต์ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะพบ
วัยรุ่นชายหญิงเดินอวดเนื้ออวดตัวกันในเสื้อสายเดี่ยว เกาะอก
รองเท้าส้นตึก ผมย้อมสีชี้ไปชี้มา
ราวกับกระโดดออกมาจากแคตตาล็อกญี่ปุ่นหรือการที่วัยรุ่นคร่ำครวญหวนไห้ที่ปิ่มว่าจะขาดใจตายต่อการฆ่าตัวตายตาม
ฮิเดะ นักร้องวงเอ็กซ์เจแปน และการฆ่าตัวตายตาม (เสถียร จันทิมาธร และคณะ. 2543 : 131) ด้วยพฤติกรรม ค่านิยม ความคิดเลียนแบบเหล่านี้ ทำให้พลังแห่งความเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวนั้นเหือดหายไปได้ ในขณะเดียวกัน
กลับมีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงที่มีความคิดที่สนใจและแสวงหาการมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ที่ปราศจากการมีส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ
ในการทำกิจกรรม
เพื่อให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในทิศทางที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และประชาชนทุกส่วน ตลอดจนต่อตัวผู้ทำกิจกรรมเอง ทั้ง ๆ ที่กระแสของสังคมและระบบเศรษฐกิจกำลังกลืนกินจิตวิญญาณของนักศึกษาให้เป็นเครื่องจักร
ที่ทำให้ต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาเพื่อโอกาสทางสังคมหรืออาชีพการงานดี
การไหลบ่าของวัฒนธรรมจากต่างชาติและความฟุ้งเฟ้อที่เป็นตัวยั่วยุ
โดยการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
การเข้าร่วมกิจกรรมอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม (การออกค่ายอาสาพัฒนาของนักศึกษาวิทยาเขตเพาะช่าง)
การเข้าร่วมกิจกรรมการปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์ (นักศึกษาวิทยาเขตไกลกังวล)
ชมรมศาสนา
กิจกรรมสโมสรนักศึกษา (นักศึกษาวิทยาเขตต่าง ๆ) วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม กีฬาและนันทนาการ (กีฬาสถาบันฯ) เหล่านี้เป็นต้น
ซึ่งจากสภาพการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้กลับมีความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาในลักษณะต่าง
ๆ เช่น กิจกรรมกีฬาของสถาบันฯ(นักศึกษาของวิทยาเขตพระนครใต้และนักศึกษาของวิทยาเขตเพาะช่าง) การออกค่ายอาสาพัฒนา (นักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
(ปวส.)
คณะวิชาออกแบบ
แผนกตกแต่ง, แผนกผลิตภัณฑ์, แผนกพาณิชยศิลป์ หรือนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิชาหัตถกรรม ปีการศึกษา 2542-43
วิทยาเขตเพาะช่าง) งานสโมสรนักศึกษา ตลอดจนงานกิจกรรมต่าง ๆ
ของสถานศึกษา เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งทั้ง ๆ
ที่ปัจจัยและตัวสนับสนุนต่าง ๆ มีขีดจำกัดมาก โดยเฉพาะงบประมาณหรือเงินสนับสนุนในการทำกิจกรรมนักศึกษานั้น
ได้มาจากเงินรายได้จากการเก็บเงินค่ากิจกรรมของนักศึกษาเป็นส่วนสำคัญ (ระเบียบการเก็บเงินค่ากิจกรรมนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล) โดยจำนวนเงินจะแปรผันไปตามจำนวนนักศึกษาที่เข้าศึกษาต่อในแต่ละปี เป็นจำนวนเงินที่ไม่มากมายนัก
เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมนักศึกษาต่างๆที่ใช้จ่ายจริง ที่มีจำนวนมากมายกว่า ดังนั้น
ผู้วิจัยจึงเกิดความสนใจที่จะศึกษาว่าอะไรเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา
4. เพื่อศึกษาตัวพยากรณ์การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา
1. ประชากร
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป
ของสถาบันเทคโนโลยี
ราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่าง
และวิทยาเขตพระนครใต้
ปีการศึกษา 2543 เท่านั้น
2. ตัวแปรต้น
ตัวแปรต้น ได้แก่ สถานภาพของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป ของสถาบันเทคโนโลยี
ราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ คือ
เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพของครอบครัว ค่าใช้จ่ายต่อเดือน และสถานศึกษา
3. ตัวแปรตาม
ตัวแปรตาม ได้แก่ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจ หมายถึง สิ่งเร้า ตัวกระตุ้น เหตุผล เงื่อนไขและสาเหตุที่ส่งผล มีผล
หรือส่งเสริมให้นักศึกษาตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาต่าง ๆ โดยแบ่งปัจจัยออกเป็น 4 อย่าง คือ ครอบครัว สังคมกลุ่มเพื่อน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และปัจจัยอื่น ๆ อันได้แก่ สถานศึกษา วัฒนธรรมขององค์กร และกระแสโลกาภิวัตน์ ฯลฯ
1. นักศึกษาต่างเพศกัน มีความคิดเห็นที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
2. นักศึกษาต่างวิทยาเขตกัน มีความคิดเห็นที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาแตกต่างกัน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการสร้างดังนี้
1. ศึกษาเอกสารสรุปข้อมูลพื้นฐานด้านกิจกรรมนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ 2537-38
และแบบสำรวจข้อมูลพื้นฐานด้านกิจกรรมนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ 2537-38 บทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องคือบทความของเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ (2541) บทความของชาญวิทย์ เกษตรศิริ (2542) งานวิจัยของไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2530) ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ของ
Rainondo Strassoldo (1992) และ Riccardo
Petrella (1996) เป็นต้น และศึกษาแบบสอบถามงานวิจัยที่เกี่ยวข้องคือ
เอกสารสรุปข้อมูลพื้นฐานด้านกิจกรรมนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ 2537-38 แบบสอบถามงานวิจัยของประไพ นวลแสง (2530) แบบสอบถามงานวิจัยของนักรบ ระวังการณ์ (2530) แบบสอบถามงานวิจัยของกอบแก้ว สิงห์ดี (2532) แบบสอบถามงานวิจัยของประนอม รอดคำดี (2537) แบบสอบถามงานวิจัยของนภาพร แก้วนิมิตชัย (2539) แบบสอบถามงานวิจัยของสัมพันธ์ มีคง (2539) และแบบสอบถามงานวิจัยของกรกช อัตตวิริยะนุภาพ (2540) เป็นต้น
2. นำข้อมูลที่ศึกษาได้จากข้อที่ 1-3 และเอกสารต่าง ๆ มาสร้างแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
3. นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปทดสอบกับนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของสถาบันเทคโนโลยี
ราชมงคล วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จำนวน 32 คน
เพื่อเป็นกลุ่มทดลองและตรวจหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเป็นรายข้อและทั้งฉบับ
ซึ่งได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ เท่ากับ .9197 และทำการปรับปรุงแบบสอบถาม
4. นำไปใช้ในการเก็บข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้
1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ คือการวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม ใช้สูตรของ Cronbach (1971 : 161)
2.
ตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 1
เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ สถิติที่ใช้คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
3.
ตามสมมติฐานการวิจัยข้อที่ 1-2
เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ ที่มีเพศต่างกัน และวิทยาเขตต่างกัน สถิติที่ใช้คือ t-test (Ferguson. 1981 : 182)
4.
ตามวัตถุประสงค์การวิจัยข้อที่ 3 - 4 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ
กับการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา
สถิติที่ใช้คือ ใช้การหาค่าสหสัมพันธ์และการวิเคราะห์ถดถอย โดยวิธี Stepwise
Regression (ศิริชัย
พงษ์วิชัย. 2539 : 345-351)
5. การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล ใช้โปรแกรม SPSS for Windows Version 9
6. การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามปลายเปิด ใช้วิธีแจกแจงความถี่ แล้วนำเสนอในรูปแบบความเรียง โดยเรียงลำดับจากความถี่สูงสุดไปสู่ความถี่น้อยที่สุด
พบว่า
1. จากการศึกษาในครั้งนี้ สถานภาพต่างๆ ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ สามารถสรุปได้ว่า 1) เป็นนักศึกษาเพศชาย จำนวน 158
คน คิดเป็นร้อยละ 46.5 และเป็นนักศึกษาเพศหญิง จำนวน 182 คน คิดเป็นร้อยละ 53.5 2) เป็นนักศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 253 คน คิดเป็นร้อยละ 74.4 และระดับปริญญาตรี
จำนวน 87 คน คิดเป็นร้อยละ 25.6 3) นักศึกษามีสถานภาพของครอบครัว ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น ก)
บิดามารดาอยู่ร่วมกัน จำนวน 244 คน คิดเป็นร้อยละ 71.8 ข) บิดามารดาหย่าร้าง จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 12.6 ค) บิดาเสียชีวิต จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 13.5 ง) มารดาเสียชีวิต จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 1.5 และ จ) บิดามารดาเสียชีวิต จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.6 4) นักศึกษามีลักษณะการพักอาศัย
ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น
ก) อยู่กับครอบครัว
(บิดามารดา)
จำนวน 121 คน คิดเป็นร้อยละ 35.6 ข) อยู่กับบิดา จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 4.4 ค) อยู่กับมารดา จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 11.5 ง) อยู่กับญาติ จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 13.2 และ จ) เช่าหอพัก / บ้านพัก /
อพาร์ทเมนต์ / วัด จำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 35.3 5) นักศึกษามีค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น ก) 1,000 1,500 บาท จำนวน 48 คน คิดเป็นร้อยละ 14.1 ข) 1,501 2,000 บาท จำนวน 25 คน
คิดเป็นร้อยละ 7.4 ค) 2,001 2,500 บาท จำนวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 16.5 ง) 2,501 3,000 บาท จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 12.4 จ)
3,001 3,500 บาท จำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ
20.9 ฉ) 3,501 4,000 บาท จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 6.5 ช) 4,001 4,500 บาท จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 12.4 และ ซ) 4,501 5,000 บาท จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 10.0 6) นักศึกษามีสังกัดวิทยาเขต สามารถแบ่งออกเป็น ก) นักศึกษาวิทยาเขตเพาะช่าง จำนวน 187 คน คิดเป็นร้อยละ 55.0 ข) นักศึกษาวิทยาเขตพระนครใต้ จำนวน 153 คน คิดเป็นร้อยละ 45.0
2.
จากการศึกษาข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและพระนครใต้ ในข้อคิดเห็นส่วนตัวอื่นๆ นั้น สามารถสรุปได้ว่า 1) นักศึกษามีความคิดเห็นว่า สถานศึกษาที่ศึกษาให้การสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาในการทำกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษา มีนักศึกษาที่คิดเห็นว่าสถานศึกษาให้การสนับสนุน
จำนวน 285 คน คิดเป็นร้อยละ 83.8 และสถานศึกษาไม่ให้การสนับสนุน จำนวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 16.2 2) นักศึกษามีความคิดเห็นว่า กิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์
มีนักศึกษาที่คิดเห็นว่ามีประโยชน์
จำนวน 322 คน
คิดเป็นร้อยละ 94.7
และไม่มีประโยชน์
จำนวน 18 คน
คิดเป็นร้อยละ 5.3
3) นักศึกษามีความคิดเห็นว่า
การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตในวัยเรียน เป็นสิ่งจำเป็น จำนวน 299 คน คิดเป็นร้อยละ 87.9 และเป็นสิ่งไม่จำเป็น จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 12.1 4) นักศึกษามีความคิดเห็นว่าการเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่มีผลให้การเรียนตกต่ำ
มีนักศึกษาคิดเห็นว่าการเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาเป็นสิ่งที่มีผลให้การเรียนตกต่ำ
จำนวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ23.8 และมีความคิดเห็นว่าไม่ใช่
จำนวน 259 คน คิดเป็นร้อยละ 76.2 5) นักศึกษามีความคิดเห็นว่าการเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษา
ควรมีครูอาจารย์ชี้นำหรือวางแผนในการปฏิบัติหรือทำกิจกรรม มีนักศึกษาคิดเห็นว่าควรมีครูอาจารย์ชี้นำหรือวางแผนในการปฏิบัติหรือทำกิจกรรม
จำนวน 287 คน คิดเป็นร้อยละ 84.4 และไม่ควร จำนวน 53 คน
คิดเป็นร้อยละ 15.6 6) นักศึกษามีความคิดเห็นว่า
การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษา ครูอาจารย์ควรเป็นแค่ที่ปรึกษา
เสนอแนะหรือคอยให้คำแนะนำเท่านั้น
มีนักศึกษาคิดเห็นว่าครูอาจารย์ควรเป็นแค่ที่ปรึกษา
เสนอแนะหรือคอยให้คำแนะนำเท่านั้น
จำนวน 219 คน
คิดเป็นร้อยละ 64.4 และไม่ควร จำนวน 121
คน คิดเป็นร้อยละ 35.6 และ 7) นักศึกษามีความคิดเห็นว่า สถานศึกษาควรให้เสรีภาพแก่นักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
มีนักศึกษาคิดเห็นว่าควรให้เสรีภาพแก่นักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จำนวน 294 คน คิดเป็นร้อยละ 86.5 และไม่ควร จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 13.5
3. จากการศึกษากิจกรรมต่างๆ ที่นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม
ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้มากกว่า 1 กิจกรรมนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นกิจกรรมหลักๆ สามารถสรุปตามลำดับ
5 อันดับแรก ได้ดังนี้ 1) กิจกรรมรับน้องใหม่ มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 76.5 2) การแข่งขันกีฬาภายในวิทยาเขต / ระหว่างวิทยาเขต
มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน
216 คน คิดเป็นร้อยละ 63.5 3) กิจกรรมการออกค่ายอาสาพัฒนา มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 187
คน คิดเป็นร้อยละ 55.0 4) ชมรมหรือกิจกรรมทางวิชาการต่าง ๆ เช่น การแสดงนิทรรศการ
การแสดงผลงานทางวิชาการ
บริษัทจำลอง ทัศนศึกษานอกสถานที่
ฯลฯ มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม
จำนวน 178 คน คิดเป็นร้อยละ 52.4 และ 5) ชมรมหรือกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในโอกาสต่างๆ เช่น กิจกรรมวันเด็ก การรณรงค์เพื่อสังคมใน)โอกาสต่างๆ
ฯลฯ มีนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม
จำนวน 125 คน คิดเป็นร้อยละ 36.8
4. จากการศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
วิทยาเขตเพาะช่างและพระนครใต้ สามารถสรุปได้ว่า
นักศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาโดยรวมว่า
ด้านครอบครัว ด้านสังคมกลุ่มเพื่อน ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ด้านสถานศึกษา และด้านโลกาภิวัตน์
เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านครอบครัว ด้านสังคมกลุ่มเพื่อน ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ด้านสถานศึกษา และด้านโลกาภิวัตน์ เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า 1)
เพื่อนมีส่วนสำคัญสำหรับชีวิตในวัยศึกษาเล่าเรียน 2) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษาช่วยก่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ 3) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษา ทำให้มีเพื่อนมากขึ้น
4) การเข้าร่วมทำกิจกรรมนักศึกษา
ทำให้รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสังคมและคนหมู่มากได้ดี และ 5) มิตรภาพ ความเชื่อถือ
และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
เป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและพระนครใต้
5.
จากการเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษาเพศชายและเพศหญิง
ตามสมมติฐานที่ 1 เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา
สามารถสรุปได้ว่า
นักศึกษาเพศชายและนักศึกษาเพศหญิงมีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา เป็นรายด้านและโดยรวมไม่แตกต่างกัน
ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้
6. จากการเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักศึกษา วิทยาเขตเพาะช่างและพระนครใต้
ตามสมมติฐานที่ 2 เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา สามารถสรุปได้ว่า นักศึกษาวิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาโดยรวมไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่กำหนดไว้ แต่เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นักศึกษาวิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษาในด้านสถานศึกษาแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ตามตาราง 1
|
ข้อความ |
เพาะช่าง (n=187) |
พระนครใต้ (n=153) |
t |
P |
||
|
|
`X |
S.D. |
`X |
S.D. |
|
|
1. ครอบครัว
|
3.4983 |
.4575 |
3.4656 |
.4676 |
.649 |
.517 |
2. สังคมกลุ่มเพื่อน
|
3.8456 |
.4443 |
3.8078 |
.3774 |
.833 |
.409 |
3. แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
|
3.8219 |
.4400 |
3.7984 |
.4572 |
.481 |
.631 |
4. ปัจจัยอื่นๆ
4.1 สถานศึกษา 4.2 โลกาภิวัตน์ |
3.5303 3.5750 |
.4336 .5031 |
3.3653 3.5617 |
.4385 .4919 |
3.472 .244 |
.001* .807 |
โดยรวม
|
3.6988 |
.3468 |
3.6509 |
.3139 |
1.322 |
.187 |
* มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
.05
7. จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ
กับการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา
เพื่อศึกษาตัวพยากรณ์การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา และการสร้างสมการเพื่อการพยากรณ์การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา สามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษามี 5 ด้าน
คือ ครอบครัว สังคมกลุ่มเพื่อน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ สถานศึกษา และโลกาภิวัตน์
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษา ของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่างและวิทยาเขตพระนครใต้
มากที่สุด อันดับรองลงมาคือ
สังคมกลุ่มเพื่อน
สถานศึกษา ครอบครัว และ
โลกาภิวัตน์ ตามลำดับ ตามตาราง 2
ตาราง 2 แสดงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมนักศึกษากับครอบครัว สังคมกลุ่มเพื่อน
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
สถานศึกษา
และโลกาภิวัตน์ (N=340)
|
ตัวแปร |
ครอบครัว |
สังคมกลุ่มเพื่อน |
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ |
สถานศึกษา |
โลกาภิวัตน์ |
ปัจจัยโดยรวม |
|
ครอบครัว |
1.000 |
.415** |
.431** |
.280** |
.249** |
.614** |
|
สังคมกลุ่มเพื่อน |
.415** |
1.000 |
.701** |
.403** |
.263** |
.806** |
|
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ |
.431** |
.701** |
1.000 |
.467** |
.346** |
.906** |
|
สถานศึกษา |
.280** |
.403** |
.467** |
1.000 |
.161** |
.618** |
|
โลกาภิวัตน์ |
.249** |
.263** |
.346** |
.161** |
1.000 |
.541** |
|
ปัจจัยโดยรวม |
.614** |
.806** |
.906** |
.618** |
.541** |
1.000 |
** มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01